Virtualization Technology Part 2

ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำ Virtualization
1. Server consolidation ลดจำนวนเครื่องลงเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงขึ้น
2. Green-IT initiative ลดปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า ทั้งในส่วนของการประมวลผลและการทำความเย็น
3. เพิ่ม Availability ของ Hardware และ Application
4. Utility computing สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบได้ตามต้องการ และเมื่อต้องการ
  
 
 

vm2_virtualization

Virtualization


เทคโนโลยี Virtualization ที่ควรจับตา
1. Virtual Appliance
2. Data center virtualization หรือ Cloud computing

Virtual Appliance
เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่นำการทำ Virtualization มาประยุกต์ใช้ในการสร้าง appliance เสมือนขึ้น โดยใช้ Server Hardware ที่หาได้ทั่วไป โดยตัดปัญหาเรื่องการติดตั้งระบบปฏิบัติการ (Operating System) ลดเวลา และการบริหารจัดการที่ติดตามมา เช่น Patch, Configuration, Maintenance เป็นต้น โดยการทำงานคือ จะมี layer ที่ทำหน้าที่ทำให้ Server Hardware ที่รองรับ และตรงตามข้อกำหนดของแต่ละ vendor ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ ให้ถูกจำลองเป็น Server Hardware Virtual Platform เดียวกัน ในแง่ของผู้ผลิต Appliance เองคือ
 ทำให้ผู้ผลิต Appliance ไม่จำเป็นต้อง ออกแบบ และปรับแต่ง software ให้รองรับ Hardware ที่หลากหลาย แต่ให้รองรับเพียง virtual platform เดียว ทำให้ได้ประสิทธิภาพสูงกว่า ลดเวลาในการคิดค้นพัฒนา 
ลดปัญหาในการให้บริการและ Support เพราะผลิตเพียงแค่ Software ไม่จำเป็นต้องบริหารจัดการ inventory ของ hardware ประหยัดค่าใช้จ่ายยิ่งขึ้น
ในแง่ของผู้ใช้ก็ได้ประโยชน์เช่นกันคือ
 ด้วยการที่ได้ใช้ Server เดิมที่มีอยู่เดิม หรือหาได้ง่ายทั่วไปในตลาด แก้ไข ซ่อมแซม ปรับแต่งได้ง่ายโดยไม่ต้องห่วงเรื่องการรับประกันของผู้ผลิต Appliance แบบเดิมๆ เพราะสามารถใช้บริการของ Server vendor ต่างๆ เช่น IBM, HP, Dell ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่ก็จะรับประกัน 3 ปี ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเตรียม stand-by Appliance หรือการซื้อ warranty ราคาสูงจากผู้ผลิต Appliance แบบเดิม ซึ่งภายในก็เป็นเพียง Hardware แบบserver ทั่วไป 
แก้ไขปัญหาที่เกิดทั้งในแง่ Hardware และ Software ได้เร็ว ในกรณีต้องสร้าง Appliance ใหม่ ก็เพียงแค่ boot server นั้นๆ ด้วย CD หรือ DVD ที่ได้รับมาจากผู้ผลิต และทำการติดตั้ง software ทั้งหมดตามขั้นตอนที่กำหนด โดยใช้เวลาทั่วไปไม่เกิน 10 นาที จากนั้น Server นั้นๆ ก็จะสามารถทำงานได้เป็นปกติอีกครั้ง ทำให้ลดเวลา downtime เป็นอย่างมาก
สามารถเพิ่ม Scalability ได้ง่าย โดย Appliance แบบเดิมนั้นจะถูก lock เรื่องของ hardware configuration เช่น CPU, Memory เป็นต้น ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานถูกจำกัดที่รุ่นนั้นๆ แต่ในกรณีของ Virtual Appliance การที่สามารถเลือก Hardware ได้เอง ทำให้สามารถทำการปรับเปลี่ยน Hardware ได้ง่ายกว่า รวมถึงสามารถ ปรับเพิ่มความสามารถได้เอง เช่น เพิ่มหน่วยความจำ (RAM) หรือพื้นที่จัดเก็บ (Storage หรือ HDD) เป็นต้น
ปัจจุบันผู้ผลิตเทคโนโลยี Virtualization หลายๆ แห่ง กำลังอยู่ในช่วงของการผลักดันให้เทคโนโลยี Virtual Appliance เป็นที่ยอมรับมากขึ้น ซึ่งประกอบด้วย VMWare และ Novell SUSE Linux และผู้ผลิต Appliance บางราย เช่น Symantec และ Trend Micro ก็ได้เลิกผลิต Appliance แบบเดิมๆ และนำเทคโนโลยี Virtual Appliance มาใช้กับผลิตภัณฑ์ในตลาด

Virtual Datacenter / Cloud Computing
เป็นเทคโนโลยีที่ออกมารองรับ Concept SAAS หรือ Software As A Service ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวคิดในการใช้งาน software และ application จากเดิม โดยมองว่า การบริหารจัดการ datacenter โดยการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก และใช้งานระบบผ่านเครือข่ายแทน ทำให้สามารถเน้นการบริหารจัดการ IT ในด้านอื่นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจได้ดีกว่า

Cloud computing เป็นแบบอย่างของการทำให้เกิดความสะดวก สามารถเข้าถึงเครือข่ายได้เมื่อต้องการ (on-demand network access) เพื่อเข้าถึง ทรัพยากรในการประมวลผลกลาง เช่น Network, Server, Storage, Application และ Services ซึ่งสามารถเพิ่มขยายได้รวดเร็ว และใช้การบริหารจัดการหรือเกี่ยวข้องจากผู้ให้บริการน้อยมาก

โดยการให้บริการในลักษณะนี้ มีทั้งเป็นลักษณะ ให้บริการภายใน (Internal/Private) ภายนอก (External / Internet / Public) และแบบผสม (Hybrid)

มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ Virtual Datacenter และ Cloud Computing ประกอบด้วย

  • Application
    a. Communications (HTTP, XMPP)

    b. Security (OAuth, OpenID, SSL/TLS)
    c. Syndication (Atom)
  • Client
    a. Browsers (AJAX)
    b. Offline (HTML)
  • Implementations
    a. Virtualization (OVF)
  • Platform
    a. Solution stacks (LAMP)
  • Service
    a. Data (XML, JSON)
    b. Web Services (REST, SOAP)
  • Storage
    a. SNIA Cloud Data Management Interface


ประโยชน์ที่ได้รับคือ
 สามารถเพิ่มความสามารถของระบบได้ไม่จำกัด ตราบเท่าที่ผู้ให้บริการสามารถรองรับได้ 
ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ หรือ รับรู้ถึงการทำงานเบื้องหลัง สามารถเน้นไปที่การใช้ระบบให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่ต้องกังวลในส่วนของ Service Management และ Provisioning

การใช้งานเทคโนโลยี Virtualization ในอนาคต
สิ่งที่สามารถยืนยันได้ในขณะนี้คือ 
รูปแบบของ Software และ Application ในอนาคตจะมีการเชื่อมโยงกันระหว่างแต่ละชิ้นของ Service เข้าหากัน และมีการทำงานประสานงานกันมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น เมื่อต้องการภาพ และข้อมูลเกี่ยวกับแผนที่ บนเว็บไซต์ของบริษัท ก็สามารถเชื่อมโยงไปยัง maps.google.com เพื่อใช้บริการ นำทางแสดงแผนที่ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ เป็นต้น โดย Gartner กล่าวว่า ในอนาคต Cloud Computing จะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เทียบเท่ากับ E-Business เป็นในปัจจุบัน
 การใช้งานทรัพยากรในการประมวลผลจะเพิ่มการทำงานในแบบเสมือนมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง การติดตั้งหรือใช้งาน Software แบบเดิมๆ จะลดน้อยลง เหลือเพียงการ บริหารจัดการ Image ของระบบปฏิบัติการต่างๆ และการที่ระบบสามารถทำการ migrate Image เหล่านั้นได้อย่างอิสระ จะทำให้ downtime อันเกิดจาก hardware ลดน้อยลง
การศึกษา และเรียนรู้เทคโนโลยีที่จะเป็นสิ่งสำคัญในอนาคตอันใกล้นี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกท่านพึงตระหนัก และเตรียมตัว รวมถึงใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่อย่างเหมาะสมเมื่อถึงเวลาที่ถูกต้อง


ที่มา
1. www.vmware.com
2. www.citrix.com
3. www.wikipedia.org